กรมประมง...แนะเกษตรกรใช้ยาต้านจุลชีพในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างสมเหตุผลเพื่อลดปัญหาการดื้อยา และเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

จากกระแสตื่นตัวในปัจจุบันเรื่องความปลอดภัยทางด้านอาหารเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกต่างคำนึงถึงและ

ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุค New Normal วิถีการรักสุขภาพกำลังเป็นที่สนใจ ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปหันมาใส่ใจกับการเลือกซื้อสินค้าและบริโภคอาหารที่มีความปลอดภัย ถูกสุขอนามัย ปราศจากยาและสารเคมีปนเปื้อนกันมากยิ่งขึ้น

นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานภาครัฐได้ให้ความสำคัญในการควบคุม เฝ้าระวัง และตรวจสอบกระบวนการผลิตสินค้าประมงตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยในส่วนของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เน้นหลักปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี หรือ GAP อย่างเข้มงวด ทั้งในด้านสถานที่ สุขอนามัยฟาร์ม การให้อาหารและปัจจัยการผลิต ตลอดจนการจัดการสุขภาพสัตว์น้ำ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม กระบวนการจัดการสุขภาพสัตว์น้ำ บางกรณียังมีการใช้ยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial agent) เพื่อรักษาโรคที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ดังนั้น การใช้ยาต้านจุลชีพเพื่อรักษาโรคในสัตว์น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความรู้และการปฏิบัติอย่างสมเหตุผล เหมาะกับสัตว์น้ำในแต่ละกรณีตามระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ใช้ยาอย่างซ้ำซ้อน และคำนึงถึงปัญหาเชื้อดื้อยา รวมถึงใส่ใจต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นสำคัญ

ที่ผ่านมา กรมประมงมีนโยบายสนับสนุนให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ลด ละ เลิก การใช้ยาต้านจุลชีพ หรือใช้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น โดยจะต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างแน่ชัดแล้วว่าสัตว์น้ำป่วยจาก

การติดเชื้อแบคทีเรีย โดยได้ส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทำการผลิตสัตว์น้ำที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคตามโครงการอาหารปลอดภัย หรือ Food Safety ซึ่งได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี พร้อมได้ควบคุม กำกับ และดูแลฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ได้มาตรฐานการจัดการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี (GAP) เพื่อให้สัตว์น้ำที่ผลิตได้ปราศจากโรค ยาและสารเคมีตกค้าง มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคสูงสุด ซึ่งมีกิจกรรม

ที่ดำเนินงานภายใต้แผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทย พ.ศ. 2560 - 2564 ได้แก่ กิจกรรมการเฝ้าระวังเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพในระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจ และกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้เรื่องการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างสมเหตุผลและเชื้อดื้อยาให้กับบุคลากรของหน่วยงานภาครัฐและเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพ และ

ลดผลกระทบเชิงลบที่เกิดจากการแพร่กระจายเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพในสัตว์น้ำสู่ผู้บริโภคอีกด้วย

 นางฐิติพร หลาวประเสริฐ ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวปฏิบัติการใช้ยาต้านจุลชีพในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างสมเหตุผล เพื่อลดปัญหาเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพโดยสรุป มีดังนี้

1. ใช้ยาเท่าที่จำเป็น โดยใช้เพื่อรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น และควรได้รับคำแนะนำหรือ

การตรวจวินิจฉัยจากสัตวแพทย์ หรือ นักวิชาการประมง ว่าสัตว์น้ำป่วยหรือตายจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยอาจพิจารณาจากลักษณะรอยโรคและความผิดปกติภายนอกของสัตว์น้ำในเบื้องต้น ประกอบกับผลการตรวจความไวของเชื้อต่อยาปฏิชีวนะ (Antimicrobial susceptibility testing) เพื่อพิจารณาเลือกชนิดยาที่เหมาะสมต่อการรักษามากยิ่งขึ้น อีกทั้ง ไม่ใช้ยาแบบนอกเหนือข้อบ่งใช้ในฉลาก (Extra-label use) หากไม่มีความจำเป็น

2. ต้องเลือกใช้ยาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลาก เอกสารกำกับการใช้ หรือใบสั่งยา (กรณีเป็นยาควบคุมพิเศษ) อย่างเคร่งครัด ได้แก่ ขนาดการใช้ยา วิธีการใช้ยา และระยะเวลาของการใช้ยา เพื่อให้สัตว์น้ำได้รับยาในขนาดที่ถูกต้องสำหรับการรักษาโรค (Therapeutic dose) และระยะเวลาที่ต่อเนื่องและติดต่อกัน เพื่อผลการรักษาที่ได้ประสิทธิภาพ และป้องกันปัญหาเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพ นอกจากนี้ ต้องหยุดใช้ยาก่อนจับสัตว์น้ำตามระยะหยุดยาที่ระบุบนฉลากหรือเอกสารกำกับยา เพื่อป้องกันการตกค้างของยามาสู่ผู้บริโภค และปฏิบัติตามคำแนะนำอื่นๆ เช่น การเก็บรักษา การกำจัดหรือทิ้งยา ข้อห้ามและคำเตือนต่างๆ เป็นต้น และทำการจดบันทึกการใช้ยาภายในฟาร์มทุกครั้ง เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการตรวจสอบการใช้ยาได้อย่างเป็นระบบ

3. ให้ความสำคัญต่อหลักความปลอดภัยทางชีวภาพภายในฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และเน้นการจัดการฟาร์มและสุขภาพสัตว์น้ำที่ดี เช่น ไม่เลี้ยงสัตว์น้ำด้วยอัตราการเลี้ยงที่หนาแน่นเกินไป ควบคุมและตรวจสอบคุณภาพน้ำให้เหมาะสมต่อชนิดของสัตว์น้ำตลอดการเลี้ยง ให้อาหารที่มีคุณภาพและปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอต่อสัตว์น้ำ เป็นต้น เพื่อลดโอกาสของการเกิดโรคติดเชื้อแบคทีเรีย และลดการใช้ยาตามมาได้

ทั้งนี้ หากเกษตรกรมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ยาและสารเคมีในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ กลุ่มวิจัยและพัฒนายาและเคมีภัณฑ์สัตว์น้ำ กองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ

กรมประมง โทรศัพท์ 0 2579 4122 ในวันและเวลาราชการ