การขุดดินและถมดิน ทำอย่างไรให้ถูกกฎหมาย

 สำนักงานประมงจังหวัดนครนายก

การขุดดินและถมดิน ทำอย่างไรให้ถูกกฎหมาย 

ข่าวประชาสัมพันธ์

 เผยเเพร่: 2021-04-16  |   ข่าววันที่: 2021-04-16 |  อ่าน: 4,821 ครั้ง
 

พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543 กดเพื่ออ่าน

การขุดดินและถมดิน ทำอย่างไรให้ถูกกฎหมาย

พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543 บังคับใช้ในท้องที่เทศบาล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น บริเวณที่มีพระราชกฤษฎีกาให้บังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร และเขตผังเมืองรวมตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง ซึ่งในปัจจุบันเขตผังเมืองรวมมีการประกาศใช้ทุกจังหวัด ทำให้พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดินใช้บังคับในทุกพื้นที่ นอกจากนั้นบางพื้นที่อาจมีกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นหรือกฎหมายอื่นๆ กำหนดบริเวณห้ามขุดดินหรือถมดินบริเวณดังกล่าวไว้ ซึ่งการจะดำเนินการขุดดินหรือถมดินในพื้นที่บริเวณใดควรต้องศึกษาข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้นด้วย

การขุดดินและถมดินที่เข้าข่ายต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543

1. การขุดดินที่มีความลึกจากระดับพื้นดินเกิน 3 เมตร หรือมีพื้นที่ปากบ่อดินเกิน 10,000 ตารางเมตร (ประมาณ 6 ไร่ 1 งาน) หรือมีความลึกหรือพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด ซึ่งเอกสารแจ้งจะต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับ แผนผังบริเวณที่จะขุดดิน แผนผังแสดงเขตที่ดินและที่ดินบริเวณข้างเคียง วิธีการขุดและระยะเวลาในการขุดดิน รายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการและด้านความปลอดภัยของผู้ดำเนินการและบุคคลภายนอก การป้องกันการพังทลาย ชื่อผู้ควบคุมงานและสำนักงานของผู้แจ้ง รวมถึงเอกสารอื่นๆ ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด และเมื่อแจ้งแล้วหากได้มีการดำเนินการแจ้งโดยถูกต้องครบถ้วนเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะออกใบรับแจ้งให้ภายใน 7 วัน

ซึ่งแม้ว่าผู้แจ้งจะได้รับใบรับแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้วก่อนการขุดดิน ก็ไม่เป็นเหตุที่จะคุ้มครองผู้แจ้งจากการขุดดินที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลหรือต่อสภาพแวดล้อม ผู้ขุดดินไม่ว่าจะเป็นเจ้าของที่ดิน ผู้ครอบครองที่ดิน ลูกจ้างหรือตัวแทน ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อความเสียหายนั้น

แต่อย่างไรก็ตาม การขุดดินที่มีความลึกจากระดับพื้นดินไม่เกิน 3 เมตร ซึ่งไม่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น เมื่อจะขุดดินใกล้กับแนวเขตที่ดินของผู้อื่นในระยะน้อยกว่า 2 เท่าของความลึกของบ่อดินที่จะขุดต้องจัดการป้องกันการพังทลายของดินตามวิสัยที่ควรจะทำด้วย

2. การถมดินโดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง ที่มีพื้นที่เกิน 2,000 ตารางเมตร (ประมาณ 1 ไร่ 1 งาน) หรือมีพื้นที่เกินกว่าที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด นอกจากจะต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว ต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างเคียงหรือบุคคลอื่น

และการถมดินโดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง ที่มีพื้นที่ไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร หรือมีพื้นที่น้อยกว่าที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด แม้ว่ากฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น แต่ผู้ดำเนินการต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างเคียงหรือบุคคลอื่นเช่นกัน

นอกจากพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543แล้ว ยังมีกฎหมายที่น่าสนใจเกี่ยวกับการขุดดินและถมดินอีกฉบับคือ กฎกระทรวงกำหนดมาตราการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้างในการขุดดินหรือถมดิน พ.ศ.2548 ซึ่งกำหนดรายละเอียดของการดำเนินการขุดดินและถมดินเพื่อกำหนดมาตราฐานด้านความปลอดภัยและการควบคุมงาน โดยขอยกข้อกำหนดในกฎกระทรวงบางส่วนที่น่าสนใจมาเป็นตัวอย่างดังนี้ (สามารถศึกษาข้อกำหนดเพิ่มเติมได้จากกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว)

- การขุดดินที่ต้องแจ้งแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องมีแบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณของผู้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

- การขุดดินที่มีความลึกจากระดับพื้นดินเกิน 3 เมตร หรือมีพื้นที่ปากบ่อดินเกิน 10,000 ตารางเมตร ปากบ่อดินจะต้องห่างจากแนวเขตที่ดินของบุคคลอื่นหรือที่สาธารณะเป็นระยะไม่ น้อยกว่าสองเท่าของความลึกของบ่อดินที่จะขุด เว้นแต่จะได้มีการจัดการป้องกันการพังทลายของดินหรือ สิ่งปลูกสร้าง โดยการรับรองของผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร

- การถมดินที่มีพื้นที่ของเนินดินติดต่อเป็นผืนเดียวกันเกิน 2,000 ตารางเมตร และมีความสูงของเนินดินตั้งแต่ 2 เมตร นับจากระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง ต้องมีแบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณของผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

- การถมดินที่มีพื้นที่ของเนินดินติดต่อเป็นผืนเดียวกันเกิน 2,000 ตารางเมตร และมีความสูงของเนินดินตั้งแต่ 2 เมตร นับจากระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง ต้องมีผู้ควบคุมงานซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา

- การถมดินส่วนฐานของเนินดินจะต้องห่างจากแนวเขตที่ดินของบุคคลอื่นหรือที่สาธารณะเป็นระยะไม่น้อยกว่าความสูงของเนินดินที่จะถมดิน เว้นแต่จะได้มีการจัดการป้องกันการพังทลายของดินหรือ สิ่งปลูกสร้าง โดยการรับรองจากผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร

- ในระหว่างการขุดดินหรือถมดิน และภายหลังการขุดดินหรือถมดินแล้วเสร็จ ผู้ขุดดินหรือถมดิน เจ้าของที่ดิน หรือผู้ครอบครองที่ดิน แล้วแต่กรณี ต้องตรวจสอบเสถียรภาพของบ่อดินหรือเนินดิน และดำเนินการให้มีความมั่นคงปลอดภัยอยู่เสมอ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่ากฎหมายเกี่ยวกับการขุดดินและถมดินมีการกำหนดเรื่องการดำเนินการและมาตราฐานด้านความปลอดภัยไว้อย่างชัดเจน หากผู้ที่อยู่อาศัยติดกับที่ดินที่มีการขุดดินหรือถมดิน และได้รับความเสียหายหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจได้รับความเสียหายจากการขุดดินหรือถมดินซึ่งไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน สามารถขอให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้หยุดการขุดดินหรือถมดินนั้นได้ และตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543 ยังบัญญัติว่า ในกรณีที่มีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ใกล้ชิดหรือติดต่อกับที่ดินที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นและได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำความผิด เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งหมายความว่าผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีในทางอาญากับผู้กระทำความผิดได้เองด้วย

ตัวอย่างโทษทางอาญาตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543 เช่น

- มาตรา 35 วรรคแรก การขุดดินหรือถมดินโดยไม่ได้รับใบรับแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

- มาตรา 36 การขุดดินหรือถมดินที่ไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 6 เช่น กฎกระทรวงกำหนดมาตราการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้างในการขุดดินหรือถมดิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท และปรับเป็นรายวันอีกวันละไม่เกิน 1,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติตาม

- มาตรา 43 ในกรณีที่ห้างหุ้นส่วน บริษัทหรือนิติบุคคลอื่นกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ กรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการกระทำอันเป็นความผิด ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำนั้นได้กระทำโดยตนไม่ได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย

ด้วยความปรารถนาดี

#กรมประมง #สำนักงานประมงจังหวัดนครนายก #ขุดดิน #ถมดิน #ขุดบ่อ #ถมบ่อ #กฎหมายที่ดิน

 Tags

  •  บทความหน้าหลัก Hits 10 อันดับ (6 เดือน)
  •  กิจกรรม Hits 10 อันดับ (6 เดือน)
  •  ใครเคยเจอ แมลงน้ำ ชนิดไหนกันมาบ้าง? แต่ละชนิดนี้สามารถบ่งบอกถึงคุณภาพของแหล่งน้ำ... (1,113)   คนเลี้ยงกุ้งเตรียมเฮ! เปิดประกันราคากุ้ง เริ่ม 10 สิงหาคม 2564  (483)  ประโยชน์ของการใส่ปุ๋ยลงในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ  (450)  ขอให้ผู้สมัครสอบ ตำแหน่ง พนักงานราชการเฉพาะกิจ สำนักงานประมงจังหวัดนครนายก จำนวน... (298)  การแปรรูป ประโยชน์ คุณค่าทางโภชนาการของปลา มีอะไรบ้าง ทำได้อย่างไร? เรามาดูไปพร้... (297)  ขั้นตอนการขออนุญาตให้ ส่งออกสัตว์น้ำ ตามมาตรา 65 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.255... (293)  1.โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้านการประมง  (291)  ข่าวดี! ขยายระยะเวลา เปิดประกันราคากุ้ง เริ่ม 10 - 25 สิงหาคม 2564  (280)  ฮือฮาใหญ่! กุ้งแม่น้ำยักษ์ตัวใหญ่เท่าแขน ชาวบ้านแห่จับ หวังสร้างรายได้ช่วงโควิด-... (279)  New Normal ชีวิตวิถีใหม่! พลิกเกษตรอินทรีย์ สู่วิถีแห่งโลกอนาคต  (275)

    สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2565 สำนักงานประมงจังหวัดนครนายก

     ศาลากลางจังหวัดนครนายก ชั้น 5 ถนนสุวรรณศร ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก 26000 สแกน QR Code เพื่อให้ Google Map นำทางไปได้ง่ายๆ หรือ กดตรงนี้ การเดินทางมายังสำนักงานประมงจังหวัดนครนายก (กรณีรถโดยสารสาธารณะ) 1.รถตู้สาย 58-967 กรุงเทพฯ-นครนายก-เขื่อนขุนด่าน จากอนุสาวรีย์ชัยฯ 6.00-18.00 น. / จากฟิวเจอร์ฯ 6.00-20.00 น.จากเขื่อนขุนด่าน 6.00-17.30 น. / จากนครนายก 4.30-17.30 น. (รถออกทุก 20 นาที) 2.บริษัท ขนส่ง จำกัด บริการรถโดยสารประจำทางทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวันวันละหลายเที่ยว มีเส้นทาง คือกรุงเทพฯ – หินกอง – นครนายกกรุงเทพฯ – รังสิต – องครักษ์ – นครนายกกรุงเทพฯ – นครนายก – อรัญประเทศกรุงเทพฯ – องครักษ์ – โรงเรียนนายร้อย จปร. โดยต้องต่อรถเข้าเมืองอีก 7 กิโลเมตร 3.รถตู้ สายกรุงเทพฯ – นครนายก มีจุดขึ้นรถได้แก่จากกรุงเทพ ขึ้นรถที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บริเวณใต้ทางด่วน ฝั่งแฟชั่นมอลล์ รถออกทุก 40 นาทีจากนครนายก ขึ้นรถที่ รพ.นครนายก และบริเวณสี่แยกไฟแดงนครนายก รถออกทุก 40 นาที การเดินทางมายังสำนักงานประมงจังหวัดนครนายก (กรณีรถยนต์ส่วนบุคคล) 1.ตามทางหลวงหมายเลข 305 เลียบคลองรังสิต ผ่านอำเภอองครักษ์ ระยะทางประมาณ 107 กิโลเมตร 2.ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 เลี้ยวขวาที่แยกหินกอง ไปตามถนนสุวรรณศรเส้นทางหลวงหมายเลข 33 จนถึงจังหวัดนครนายก ระยะทางประมาณ 137 กิโลเมตร เบอร์โทรศัพท์ 088-278-6208