cpue 

 เผยเเพร่: 2016-12-23  |  อ่าน: 253 ครั้ง

 

โครงการประเมินผลผลิตการประมงในแหล่งน้ำขนาดใหญ่

ประจำปีงบประมาณ 2560

1. ชื่อโครงการ ประเมินสถานภาพทรัพยากรสัตว์น้ำในแม่น้ำและแหล่งน้ำขนาดใหญ่ของไทย

Status of inland fisheries resource in rivers, large swamp and reservoirs in Thailand  

2. ระยะเวลาดำเนินโครงการ ระหว่างเดือนตุลาคม 2559 ถึงเดือนกันยายน 2560 

3. วัตถุประสงค์ เพื่อ

1. ประเมินปริมาณความชุกชุมและความหลากหลายของทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำ

2. ประเมินโครงสร้างและการกระจายของประชากรสัตว์น้ำ

3. ประเมินครัวเรือนและผู้ใช้ประโยชน์ทรัพยากรสัตว์น้ำที่อาศัยรอบแหล่งน้ำ

4. ประเมินปริมาณผลจับและมูลค่าสัตว์น้ำของชาวประมง

 

4. หลักการ เหตุผลความจำเป็น และผลงานที่มีมาก่อน

ผลผลิตสัตว์น้ำจืดที่มีในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะแหล่งน้ำที่มีความสำคัญกับชุมชน เช่นแหล่งน้ำ

ขนาดใหญ่ อ่างเก็บน้ำหรือแม่น้ำสายหลัก ถือว่าเป็นแหล่งทรัพยากรประมงอันทรงคุณค่า ก่อให้เกิดแหล่ง

อาหารโปรตีนต่อชุมชน เกิดการจ้างงาน และการสร้างรายได้ โดยเมื่อประเทศได้พัฒนามากขึ้น

ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ได้ส่งผลให้ทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีในแหล่งน้ำธรรมชาติถูกนำมาใช้ประโยชน์

มากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการบริโภคสัตว์น้ำของประชากรที่เพิ่มขึ้น จนทำให้ทรัพยากรสัตว์น้ำใน

แต่ละหล่งน้ำมีแนวโน้มลดลงอย่างมาก ปัญหาดังกล่าวนี้นับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

สำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด เป็นหน่วยงานหลักของกรมประมงที่มีบทบาทหน้าที่

กี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารจัดการทรัพยากรประมงในแหล่งน้ำจืดเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำ

ธรรมชาติต่างๆโดยใช้กลยุทธ์การปล่อยพันธุ์ปลา เพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ

พันธุ์ปลาไทยชนิดต่างๆ เพื่อให้เกิดผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ สำหรับการประเมินปริมาณสัตว์น้ำ

ต่อหน่วยการลงแรงประมง เป็นวิธีการศึกษาหนึ่งที่ใช้บ่งชี้ถึงปริมาณความชุกชุม และการกระจายของ

ประชากรสัตว์น้ำที่มีในแต่ละแหล่งน้ำ และการศึกษาสภาวะเศรษฐกิจสังคม และการใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำ

จะทำให้ทราบถึงจำนวนผู้ใช้ประโยชน์สัตว์น้ำ ลักษณะการทำประมง เครื่องมือประมง ปริมาณผลจับ

สัตว์น้ำ รวมถึงสภาพเศรษฐกิจสังคมของชุมชนชาวประมงในแต่ละแหล่งน้ำ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมีความ

จำเป็นอย่างยิ่งต่อการวางแผน และกำหนดมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำของแต่ละ

แหล่งน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

5. วิธีดำเนินการวิจัย และแผนการดำเนินงานวิจัย

(1) กำหนดพื้นที่แหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่จำเป็นต้องติดตามประเมินสถานภาพทรัพยากรสัตว์น้ำ ซึ่ง

คณะทำงานได้คัดเลือกแล้วรวม 15 แหล่งน้ำ ในส่วนของจังหวัดพะเยา

คือกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา มีพื้นที่ 12,831 ไร่ 26.6 ตารางวา

(2) ดำเนินการขออนุญาตทำการประมงเพื่อประโยชน์ทางวิชาการด้วยชุดเครื่องมือข่าย

ช่องตาในกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา และแจ้งขั้นตอนการประเมินให้หน่วยงานและชุมชนที่เกี่ยวข้อง

ในพื้นที่ทราบ

(3) ทำการสุ่มตัวอย่างสัตว์น้ำตามจุดสุ่มตัวอย่างที่กำหนดในแต่ละแหล่งน้ำ โดยใช้ชุด

เครื่องมือข่ายที่มีช่องตาต่างกัน 7 ขนาด ลงทิ้งไว้ค้างคืน (ประมาณ 12 ชั่วโมง) จุดสำรวจละ 3 ซ้ำ และ

ดำเนินการสุ่มตัวอย่างตามช่วงเวลาที่กำหนดรวม 4 เที่ยว สำรวจในรอบปี ชุดเครื่องมือข่ายมีความลึก

ระหว่าง 1.5-2.0 เมตร และมีความยาวของแต่ละช่องตา ดังนี้

ขนาดช่องตาข่าย (มิลลิเมตร) ความยาว (เมตร)
20 15 - 20
30 25 - 35
40 25 - 35
55 40 - 50
70 40 - 50
90 40 - 50

 

(4) ทำการสัมภาษณ์ผู้นำชุมชน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และชาวประมงในพื้นที่ในช่วง

วันเวลาเดียวกับที่ออกสุ่มด้วยเครื่องมือข่าย เพื่อรวบรวมข้อมูลจำนวนประชากรและครัวเรือนชาวประมง

รอบแหล่งน้ำและสุ่มตัวอย่างสัมภาษณ์ชาวประมง เพื่อทราบถึงลักษณะการทำประมง ปริมาณผลจับ

สัตว์น้ำ การใช้ประโยชน์และรายได้ตามแบบสัมภาษณ์ที่กำหนด จำนวนจุดสุ่มตัวอย่างละ5รายต่อเที่ยว

6. ประโยชน์ที่จะได้รับจากผลงานวิจัย

ทราบข้อมูลสถานภาพทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำที่มีความสำคัญ ซึ่งได้ติดตามการ

เปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลความชุกชุมและความหลากหลาย

ของสัตว์น้ำและการกระจายของประชากรปลาที่มีความสำคัญ รวมทั้งข้อมูลการทำการประมง

จำนวนผู้ใช้ประโยชน์ ปริมาณผลจับสัตว์น้ำและลักษณะการใช้ประโยชน์สัตว์น้ำในแหล่งน้ำนั้นๆ

ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในแต่ละแหล่งน้ำ

 

7. ผู้ที่จะได้ประโยชน์จากโครงการ

หน่วยงานที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการกำกับดูแล และบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

และสถาบันการศึกษา เช่น กรมประมง สำนักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติ และ
สิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน กรมควบคุมมลพิษ องค์กรและหน่วยงานส่วน
ท้องถิ่น และสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประกอบการวางแผนบริหารจัดการ
ทรัพยากรประมงในแหล่งน้ำ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น
ตลอดจนการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้กับชุมชน

 

 8. ประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจ-สังคมและประโยชน์ที่ภาคเกษตรและเศรษฐกิจส่วนรวม

จะได้รับทั้งระยะสั้นและระยะยาวตามความเป็นไปได้

ผลกระทบระยะยาวเป็นผลกระทบเชิงบวก เนื่องจากการประเมินจะทำให้ทราบสถานภาพ และ

การเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรของชุมชน สามารถนำไปกำหนด

 กลวิธีในการบริหารจัดการ เช่น การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำชนิดที่มีแนวโน้มลดลง หรือสัตว์น้ำที่ใกล้สูญพันธุ์

 กำหนดมาตรการการจัดการ เช่น การจำกัดเครื่องมือประมงที่ทำลายล้าง การกำหนดพื้นที่และช่วงเวลาที่

เหมาะสมเพื่อควบคุม และสงวนรักษาแหล่งเลี้ยงตัวอ่อนและสัตว์น้ำวัยอ่อน และเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับ

เกษตรกร ทำให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น รวมทั้งเป็นแหล่งโปรตีนให้กับชุมชนรอบแหล่งน้ำและใน พื้นที่ใกล้เคียง  

ผลการประเมินผลผลิตในกว๊านพะเยา ประจำปีงบประมาณ 2560

จุดสำรวจ ครั้งที่1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ครั้งที่4    รวม   
จุดที่ 1 สะพานขุนเดช          
จุุดที่ 2 สันเวียงใหม่          
จุดที่ 3 สันช้างหิน          
จุดที่ 4 หน้าศูนย์ฯ          
รวม