กรมประมงประกาศให้เจ้าของเรือ หรือผู้ควบคุมเรือขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไป นำเรือประมง และเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ เข้าตรวจสอบสภาพการทำงานของอุปกรณ์ VMS ให้พร้อมใช้งาน ณ ศูนย์แจ้งเข้า-แจ้งออกเรือประมง (PIPO) ก่อนออกทำการประมง หนุนแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย

  กรมประมงประกาศให้เจ้าของเรือ หรือผู้ควบคุมเรือขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไป นำเรือประมง และเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ เข้าตรวจสอบสภาพการทำงานของอุปกรณ์ VMS ให้พร้อมใช้งาน ณ ศูนย์แจ้งเข้า-แจ้งออกเรือประมง (PIPO) ก่อนออกทำการประมง หนุนแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย 

# ข่าวประชาสัมพันธ์ ดร.อดิศร  พร้อมเทพ  (อธิบดีกรมประมง) 

 502 อ่าน : 10 เดือน

 Administrator | 2017-02-28 15:53 น.


  28 ก.พ. 2560 




       

นายอดิศร  พร้อมเทพ  อธิบดีกรมประมง  เปิดเผยว่า พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 กำหนดให้เรือประมงขนาดตั้งแต่ 30 ตันกรอสขึ้นไป ที่ออกทำการประมงพาณิชย์ ต้องดำเนินการติดตั้งระบบติดตามเรือประมง (Vessel Monitoring System : VMS) และดูแลรักษาระบบดังกล่าวให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา เพื่อดำเนินการตามมาตรการตรวจสอบ ควบคุม เฝ้าระวัง(Monitoring Control and Surveillance : MCS) ร่วมกับกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ในการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดหมาย ซึ่งกรมประมงได้ทำการออกประกาศ 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1. ประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการติดตั้งระบบติดตามเรือประมง และดูแลรักษาระบบติดตามเรือประมงของเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และฉบับที่ 2. ประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการติดตั้งระบบติดตามเรือประมง และดูแลรักษาระบบติดตามเรือประมงของเรือประมงพาณิชย์ให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2560 ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ ซึ่งประกาศทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มีนาคม 2560 นี้ 

 

กรมประมง จึงขอประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของ หรือผู้ควบคุมเรือขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไป  นำเรือประมง และเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเก็บรักษาสัตว์น้ำ เร่งเข้าทำการตรวจสอบอุปกรณ์ VMS ภายในระยะเวลาตามที่ประกาศกำหนดไว้  ซึ่งหากไม่ดำเนินการจะมีความผิดตามกฏหมาย

 

อย่างไรก็ตาม  เพื่อสนับสนุนการดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศดังกล่าว กรมประมงจึงได้ร่วมกับศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) จัดทีมเจ้าหน้าที่เพื่อลงปฏิบัติการเร่งรัดการตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ VMS ในเรือประมง และเรือขนถ่ายสัตว์น้ำหรือเรือเก็บรักษาสัตว์น้ำ ณ ศูนย์แจ้งเข้า – แจ้งออกเรือประมง (PIPO) ใน 22 จังหวัดชายทะเล  ระหว่างวันที่ 1-30 มีนาคม 2560  โดยจะมีการให้คำแนะนำในการใช้อุปกรณ์ VMS ที่ถูกต้องและสามารถพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา  มีการตรวจเช็คตำแหน่งในการติดตั้งอุปกรณ์อย่างเหมาะสม สามารถส่งสัญญาณรายงานตำแหน่งที่ตั้งได้ตามระยะเวลาที่กำหนด  นอกจากนี้ จะมีการยึดตรึงอุปกรณ์ VMS สายสัญญาณ และสายไฟที่เชื่อมต่อเข้าอุปกรณ์ VMS ในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนให้การใช้งานอุปกรณ์ VMS ของชาวประมงมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแต่อย่างใด ยกเว้นกรณีที่ต้องจัดหาอุปกรณ์ VMS ใหม่ทดแทนเครื่องเดิมที่ชำรุดเท่านั้น  จึงขอเชิญชวนให้เจ้าของ หรือผู้ควบคุมเรือเร่งดำเนินการนำเรือเข้าตรวจสอบในช่วงเวลา 30 วัน ดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการล่วงเลยตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

 

 

ทั้งนี้  สำหรับเรือประมงที่ยังอยู่ระหว่างการเดินทาง และไม่สามารถกลับเข้าฝั่งได้ทันตามระยะเวลาปฏิบัติการเร่งรัดที่กำหนด  ขอให้แจ้งความประสงค์ในการขอรับการตรวจสอบอุปกรณ์ VMSกับศูนย์ PIPO ไว้ล่วงหน้าก่อนภายในวันที่ 30 มีนาคม 2560 นี้  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์แจ้งเข้า-แจ้งออกเรือประมง (PIPO) ทั้ง 22 จังหวัดชายทะเล

 

                                                                                                    กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ 28  กุมภาพันธ์ 2560