กรมประมงแจ้งข่าว...หลังชาวประมงปัตตานีประท้วงรัฐฯ ออกกฎหมายวางมาตรการเข้ม ! ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ

  กรมประมงแจ้งข่าว...หลังชาวประมงปัตตานีประท้วงรัฐฯ ออกกฎหมายวางมาตรการเข้ม ! ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ 

# ข่าวประชาสัมพันธ์

 1,105 อ่าน : 5 เดือน

 Administrator | 2017-11-22 08:44 น.





       

จากกรณีที่สื่อมวลชนได้มีการนำเสนอข่าวชาวประมงจังหวัดปัตตานีจำนวนกว่า 1,000 คน รวมตัวชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการออกกฎหมายของกรมประมงเพื่อบังคับใช้แก้ปัญหาการ ทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) เนื่องจากส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพอย่างมากนั้น นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง ชี้แจงถึงกรณี ดังกล่าวว่าการออกพระราชกำหนดการประมง พ.ศ 2558 เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการปฏิรูปการประมงของประเทศไทย โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบนโยบายที่สำคัญในการออกกฎหมาย โดยให้รับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างรอบด้านซึ่งกรมประมงได้มีการศึกษาถึงผลกระทบพร้อมหารือร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชาวประมงพาณิชย์ได้มีการเชิญผู้แทนจากสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย โดยมีผู้แทนจากสมาคมการประมงปัตตานีเข้าร่วมประชุมด้วย ส่วนกรณีที่ชาวประมงบางกลุ่มให้ความเห็นว่าประกาศบางฉบับมีแนวโน้มเกิดการทุจริต และประพฤติมิชอบ เช่นประกาศที่กำหนดให้มีการปรับเปลี่ยนระบบติดตามเรือหรือ VMS ระบบใหม่ซึ่งมีราคาแพงขึ้น ภายในปี 2562 และบริษัทที่จะขาย VMS ต้องให้กรมประมงเป็นผู้รับรองเหมือนเป็นการล๊อคสเป็ก นั้นกรมประมงขอเรียนว่า ในช่วงแรกของการกำหนดให้ติดตั้งระบบติดตามเรือนั้นเป็นเพียงระบบพื้นฐานเพื่อให้สามารถติดตามตรวจสอบการทำการประมงของเรือประมงได้ในระดับหนึ่ง แต่ผลจากการใช้งานที่ผ่านมา ระบบดังกล่าวประสบปัญหาการขาดหายของสัญญาณ อันมิได้เป็นความผิดของชาวประมงผู้รับบริการ จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงมาตรฐานระบบติดตามเรือใหม่ เป็นรุ่นที่ ๒ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวได้ผ่านการหารือกับผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน อาทิ ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิคส์ เป็นต้นโดยมีการนำเอาคุณลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์เข้าหารือกับผู้ประกอบการที่ให้บริการหลายครั้ง มีการปรับปรุงรายละเอียดต่างๆ ตามข้อเสนอแนะ เพื่อให้ระบบติดตามเรือมีมาตรฐานสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่มีการล๊อคคุณสมบัติเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการรายหนึ่งรายใด อีกทั้ง กรมประมงยังกำหนดให้ผู้ให้บริการระบบติดตามเรือรุ่นที่ ๒ ต้องผ่านการตรวจรับรองอุปกรณ์โดยคณะกรรมการที่กรมประมงได้ตั้งขึ้นด้วย เพื่อตรวจสอบว่าระบบติดตามเรือของผู้ประกอบการที่จะนำมาใช้ได้นั้นอยู่ในมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ได้รับความเห็นชอบอุปกรณ์ระบบติดตามเรือในรุ่นที่ ๒ แล้วจำนวน ๔ ราย เพื่อให้ชาวประมงมั่นใจได้ว่าระบบติดตามเรือจะสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด นอกจากนี้ กรมประมงยังได้ออกประกาศเพื่อควบคุมให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมต้องมีมาตรฐานในการติดตั้ง รับส่งข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลและการรักษาความมั่นคงของระบบติดตามเรือประมง เพื่อให้ชาวประมงได้รับการบริการที่ดี สำหรับการปรับเปลี่ยนระบบติดตามเรือเป็นรุ่นที่ ๒ นั้น จะไม่ส่งผลกระทบกับผู้ที่ได้ติดตั้งระบบติดตามเรือประมงไปก่อนหน้านี้ จากการสอบถามผู้ประกอบการที่ให้บริการระบบติดตามเรือ ทราบว่าระบบติดตามเรือโดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานประมาณ ๕ ปี โดยระบบติดตามเรือที่ได้ติดตั้งไปส่วนใหญ่ติดตั้งไปแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ซึ่งจะครบกำหนดอายุการใช้งานประมาณปี ๒๕๖๒ ระบบติดตามเรือที่ติดตั้งไปแล้วหากยังไม่ชำรุด สามารถปรับปรุงเพิ่มเติมอุปกรณ์ให้สามารถรองรับเป็นระบบติดตามเรือในรุ่นที่ ๒ ได้ ไม่จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนทั้งหมด ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงระบบอยู่ที่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ – ๒๕,๐๐๐บาท ส่วนประเด็นข้อสังเกตของกลุ่มชาวประมงที่เกี่ยวกับการใช้เครื่องชั่งอัตโนมัติ ซึ่งมีราคาสูง และต้องได้รับการรับรองจากกรมประมง นั้น ขอเรียนว่า การใช้เครื่องชั่งดังกล่าวไม่ได้เป็นการบังคับ แต่เป็นการเชิญชวนให้ผู้ประกอบกิจการท่าเทียบเรือได้นำมาใช้งานเพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนในการปฏิบัติงาน เพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์น้ำที่นำขึ้นท่ามีจำนวนที่ชัดเจน แน่นอน สามารถนำข้อมูลเข้าระบบอิเล็กทรอนิคส์ของกรมประมงในการออกหนังสือรับรองการจับสัตว์น้ำเพื่อส่งสินค้าสัตว์น้ำไปต่างประเทศได้ทันที กรมประมงไม่ได้กำหนดคุณสมบัติของเครื่องชั่งดังกล่าว แต่กำหนดคุณสมบัติของการเชื่อมต่อข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันเท่านั้น ผู้ประกอบกิจการท่าเทียบเรือสามารถนำเครื่องชั่งอิเล็กทรอนิคส์ระบบอื่นมาใช้งานได้ โดยต้องสามารถเชื่อมต่อกับระบบของกรมประมงได้ สำหรับผู้ประกอบกิจการแพปลาที่ยังไม่มีความพร้อม สามารถใช้เครื่องชั่งเดิมต่อไปได้ โดยนำข้อมูลชนิดและน้ำหนักของสัตว์น้ำที่ชั่งได้นำมากรอกลงในระบบของกรมประมง ทั้งนี้ การใช้เครื่องชั่งเป็นการใช้ ณ ท่าเทียบเรือประมง มิได้นำไปชั่งสัตว์น้ำกลางทะเลแต่อย่างใด อธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้ายว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรสัตว์น้ำที่นับวันยิ่งมีแนวโน้มลดลง ในหลาย ๆ มาตรการอาจส่งผลกระทบต่อวิถีการทำประมงในรูปแบบเดิม แต่ภาครัฐก็ไม่ได้มองข้ามและพยามยามให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อให้ภาคการประมงของไทยสามารถขับเคลื่อนไปได้ทั้งในด้านของเศรษฐกิจและความยั่งยืนของทรัพยากร ซึ่งชาวประมงและผู้ประกอบการอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวจึงอยากขอความร่วมมือให้พี่น้องชาวประมงทุกท่านได้เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อร่วมกันสร้างผลผลิตให้ทรัพยากรสัตว์น้ำกลับคืนความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับการประกอบอาชีพประมงได้อย่างยั่งยืนต่อไป