กรมประมง...เข้มมาตรการควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่น หลังพบการระบาดหลายชนิด หวั่นกระทบระบบนิเวศธรรมชาติ

  กรมประมง...เข้มมาตรการควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่น หลังพบการระบาดหลายชนิด หวั่นกระทบระบบนิเวศธรรมชาติ 

# ข่าวประชาสัมพันธ์ ดร.อดิศร  พร้อมเทพ  (อธิบดีกรมประมง) 

 717 อ่าน : 6 เดือน

 Administrator | 2017-10-11 14:06 น.


  11 ต.ค. 2560 




       

จากกรณีที่พบการแพร่ระบาดของชนิดพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่น (Alien Species) ในประเทศไทยหลายสายพันธุ์ อาทิ ปลาซัคเกอร์ หอยเชอรี่ เต่าญี่ปุ่น รวมถึงปลาหมอสีคางดำ และปลาพีคอกแบส ที่ขณะนี้สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่สนใจของกระแสสังคม ซึ่งการหลุดรอดของสัตว์น้ำต่างถิ่นกลายเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของแหล่งน้ำในธรรมชาติ และเสี่ยงต่อการรุกรานสัตว์น้ำท้องถิ่นของไทย ตลอดจนสร้างความเสียหายต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจากการระบาดดังกล่าว 
นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ปัญหาการรุกรานของสัตว์น้ำต่างถิ่น หรือ
เอเลี่ยนสปีชีย์ เป็นหนึ่งในนโยบายที่กรมประมงได้ให้ความสำคัญอย่างมาก โดยล่าสุดได้กำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาเพื่อหยุดวงจรการแพร่ระบาดของสัตว์น้ำต่างถิ่นไม่ให้ไปทำลายสัตว์น้ำพื้นถิ่นของประเทศ
และได้เตรียมร่างกฎหมายลำดับรองโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการประมง ปี 2558 ซึ่งกรมประมงจะมีอำนาจอย่างชัดเจนในการควบคุมดูแลสัตว์น้ำต่างถิ่น และสำหรับปลาหมอสีคางดำจะถูกเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่ห้ามนำเข้าอย่างเด็ดขาด โดยกรมประมงได้มีนโยบายเร่งกำจัดปลาชนิดนี้และไม่ส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยงเนื่องจากเป็น
พันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นที่รุกรานและมีรายงานพบการรุกรานในต่างประเทศ ทั้งนี้ได้ส่งนักวิชาการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลทางชีวภาพและการแพร่ระบาดในแหล่งน้ำต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อวางแผนกำจัดปลาหมอสีคางดำในบ่อเลี้ยงและแหล่งน้ำธรรมชาติด้วยเครื่องมือประมงและวิธีต่างๆ ในช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป 
กรณีสัตว์น้ำต่างถิ่นสายพันธุ์อื่น ๆ หากจะนำเข้ามาในประเทศก็จะต้องผ่านพิจารณาจากคณะกรรมการระดับสถาบันด้านความปลอดภัยและความหลากหลายทางชีวภาพของกรมประมง (IBC) เป็นรายชนิดอย่างละเอียด ทั้งนี้ กรมประมงไม่ได้กำหนดห้ามนำเข้าสัตว์น้ำต่างถิ่นทุกชนิด การที่จะนำเข้าจะต้องให้คำตอบได้อย่างชัดเจนถึงวัตถุประสงค์ของการนำเข้าสัตว์น้ำชนิดนี้ และมีวิธีป้องกันไม่ให้สัตว์น้ำต่างถิ่นหลุดออกไปยังแหล่งน้ำสาธารณะ สำหรับบทลงโทษถ้ามีการประกาศกฎหมายบังคับใช้หากพบผู้ใดกระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่ผู้กระทำผิดนำสัตว์น้ำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังไม่ให้สัตว์น้ำต่างถิ่นหลุดลอดลงแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ต่างๆ 
กรมประมงจึงได้สั่งการให้สำนักงานประมงจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศได้ทำการประชาสัมพันธ์ถึงผลเสียจากการ
แพร่ระบาดของสัตว์น้ำต่างถิ่น และรณรงค์ให้ประชาชนที่นิยมปล่อยปลาทำบุญเนื่องในโอกาสต่าง ๆ หันมาปล่อยปลาสายพันธุ์ไทยแท้เพื่อช่วยรักษาสมดุลให้กับระบบนิเวศอีกด้วย
อธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้ายว่า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากท่านเลี้ยงหรือครอบครอง
สัตว์น้ำต่างถิ่น (สัตว์น้ำจากต่างประเทศ) ควรศึกษาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศในทุก ๆ ด้านอย่างรอบคอบ และหากไม่ต้องการเลี้ยงอีกต่อไปแล้ว อย่านำไปปล่อยลงในแหล่งน้ำสาธารณะโดยเด็ดขาด ขอให้ท่านนำสัตว์น้ำต่างถิ่นมามอบให้กับทางกรมประมง หรือสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ใกล้บ้านท่าน เพื่อให้กรมประมงรับไปดูแลและป้องกันไม่ให้สัตว์น้ำต่างถิ่นหลุดรอดลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะอันจะสร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศของประเทศต่อไป ๏
กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์